แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์วัดบุญนาค ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ประวัติวัดบุญนาค

“วัดบุญนาค” ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำหงาวระหว่างบ้านหัวดง หมู่ 12 บ้านบุญนาค หมู่ 2 และบ้านบุญนาคพัฒนา หมู่ 20 ปัจจุบันอยู่ในเขตบ้านบุญนาคพัฒนา หมู่ 20 ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ อุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ มีต้นบุนนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวัดบุญนาค (ตามชื่อ) บรรยากาศร่มรื่น ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกว่า “วัดเหนือ” เป็นวัดใหญ่ที่สุดในตำบลหงาว วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ก่อนวัดอื่นๆในละแวกเดียวหัน และได้ทำการผูกพัทธสีมา ราวปี พ.ศ. 2383

ผู้ก่อสร้างวัด

          วัดนี้สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2369 โดยท่านพระครูบาพรหมเทพ หรือทรือประชาชนทั่วไปนิยมเรียก “พระครูบาทิพ พละ พลญาโน”  แต่เดิมท่านอยู่ที่วัดบัวสลี ซึ่งตั้งอยู่ที่สามแยกต้นสลี (ต้นโพธิ์) ตั้งอยู่ในเขตบ้านบุญนาค หมู่ 2 ท่านครูบาพรหมเทพพิจารณาเห็นว่า วัดบัวสลีตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านไม่เหมาะสมในการบำเพ็ญสมณธรรมของพระสงฆ์ ทั้งมีเนื้อที่คับแคบ ไม่สามารถกระทำการจะทำการขยายบริเวณวัดออกไปได้ ในขณะนั้นมีวัดร้างอยู่เหนือหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางมาก ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำหงาว ท่านครูบาได้ไปสำรวจพบว่าสถานที่นี้มีความเงียบ สงบ เหมาะสมทุกประการ ถ้าได้ย้ายวัดบัวสลีมาอยู่ที่นี่ต่อไปคงจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองเป็นแน่แท้ จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกับคณะศรัทธา ซึ่งมีพระยาขัน พระยาธัมมา พระยาอินต๊ะจักร แสนหลวงทนะวงศ์ (แสนหลวงโพ้ง) และชาวบ้านจำนวนมาก เมื่อทุกผ่ายเห็นดีเห็นชอบ จึงได้ย้ายวัดบัวสลี มาสร้างใหม่ คือวัดบุญนาคในปัจจุบันนี้

การตั้งชื่อวัด

          เนื่องจากบริเวณวัดที่สร้างขึ้นใหม่นี้มีป่าไม้นานาพันธุ์ แต่มีต้นบุนนาคมากกว่าชนิดอื่น ชาวบ้านเรียกบริเวณนี้ว่าดงไม้บุนนาค สันนิษฐานว่า ท่านพระครูบาพรหมเทพ คงจะพิจารณาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีต้นบุนนาคมาก จึงขนานนามวัดสร้างใหม่ว่า “วัดบุนนาค” เพราะถือเอาต้นบุนนาคเป็นสัญลักษณ์ แต่ต่อมา คำว่า “บุนนาค” ได้เปลี่ยนมาเป็น “บุญนาค” ใช้ ญ แทน น แต่ด้านความหมายหาได้เปลี่ยนไปไม่ คงไว้ชื่อว่า “วัดบุญนาค” มาจนถึงทุกวันนี้

พระพุทธรูปสองสี

พระพุทธรูปสองสี ประชาชนทั่วไป เรียกว่า”พระเจ้าสองสี” เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะสีผิวที่แตกต่างกัน ดูเหมือนมีสองสี เป็นลักษณะของเนื้อสัมฤทธิ์ที่มีส่วนผสมแตกต่างกัน เนื่องจากการหล่อทีละชิ้นๆและนำมาเชื่อมต่อภายหลังจนครบเป็นองค์พระทั้งองค์ ปัจจุบันประดิษฐานไว้ในวิหารที่เรียกว่า “วิหารพระเจ้าสองสี” อยู่ในวัดบุญนาค บ้านบุญนาค ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีประวัติความเป็นมา ยาวนานมาก สมควรได้รับการกล่าวขานในความเก่าแก่ และศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจุบันนี้สามารถเข้าชมได้ตลอดเวลา

พระเจ้าสองสี ประดิษฐานอยู่วิหารพระเจ้าสองสี ในพระปฐมเจดีย์วัดบุญนาค  บ้านบุญนาคพัฒนา หมู่ที่ 20 ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ห่างจากสำนักงานเทศบาลตำบลหงาว ประมาณ 3 กิโลเมตร ไปทางเหนือ ตามประวัติกล่าวว่า ครูบาพรหมเทพ (ครูบาทิพ พละ พลญาโน)    เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดบุญนาค เป็นพระเถระที่แก่กล้าวิชาอาคม วันหนึ่งท่านเจ้าอาวาสได้ชักชวนชาวบ้านไปช่วยกันอาราธนาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ขึ้นจากใต้ซากเจดีย์ทรุดโทรมเก่าแก่ หลังพระอุโบสถ เพื่อนำมาประดิษฐาน ณ ที่อันควรในวัด พระพุทธรูปองค์นี้ มีพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสน คาดว่ามีอายุมากกว่า 500 ปี มีลักษณะพิเศษ คือองค์พระเป็นสีทองแดง แต่ส่วยของผ้าจีวร และผ้าสังฆาฏิเป็นสีทองสำริด ต่อมาได้สร้างวิหารพระเจ้าสองสี ทรงจัตุรมุข หลังคาเป็นเจดีย์ไว้เป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าสองสีมาจนถึงปัจจุบัน

พระเจ้าสองสี

เหรียญพระเจ้าสองสี

การสร้างเหรียญพระเจ้าสองสี

        เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระครูสัทธาภิรัต (ครูบาบุญมี) เจ้าอาวาสวัดบุญนาค ได้จัดงานประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกเหรียญพระเจ้าสองสีรุ่นแรก ณ วิหารหลวงวัดบุญนาค เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2515 ตรงกับวันวิสาขบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 โดยอาราธนาพระมหาเถระผู้ทรงวิทยาคม มีท่านครูบาอภินัง อภวิโส วัดต้นเขือง เป็นประธานจุดเทียนชัยพระอาจารย์ครูบาคำหล้า วัดพระธาตุดอยจอมสัก จังหวัดเชียงราย เป็นประธานนั่งปรกปลุกเสกในพิธีมหาพุทธาภิเษกเหรียญพระเจ้าสองสี เพื่อให้ท่านสาธุชนมีไว้สักการบูชา จะได้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง เหรียญรุ่นแรกนี้เป็นที่นิยมยกย่องกันมาก ปัจจุบันไม่มีเหลืออยู่ที่วัดบุญนาคแล้ว

การสร้างเหรียญรุ่นต่างๆ

        เมื่อเหรียญรุ่นแรกไม่มีเหฃลือแล้ว ยังมีคณะศรัทธาและประชาชนจำนวนมากมาติดต่อขอบูชาเหรียญพระเจ้าสองสีอยู่อย่างต่อเนื่อง ท่านพระครูสัทธาภิรัต เจ้าอาวาสวัดบุญนาคจึงได้ดำเนินการสร้งเหรียญองค์พระเจ้าสองสี เพือเป็นที่ระลึกในโอกาสต่างๆ เพิ่มเติมอีก ดังมีสถิติการสร้างเหรียญพระเจ้าสองสี รุ่นที่ 2 รุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 รุ่นที่ 5 รุ่นที่ 6 ตามลำดับ ในการสร้างเหรียญองค์พระเจ้าสองสีนั้น ทางวัดได้จัดงานประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วิหารหลวงวัดบุญนาค บางคราวก็ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย บางคราวก็ได้ไปขออารธนาอาจารย์พระครูบาคำหล้า  ศิษย์ของท่านครูบาศรีวิชัย พระวิปัสสนาจารย์ที่มีชื่อเสียง ได้เจริญเมตตาภาวนาทำการปลุกเสกเดี่ยวบ้าง

เหรียญพระเจ้าสองสี

วิหารพระเจ้าสองสี

ประวัติวิหารพระเจ้าสองสี

          ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางวัดบุญนาคได้อารราธนาพระเจ้าสองสีนำไปประดิษฐานหรือบรรจุไว้ในสถูปเจดีย์ที่อยู่ดานหลังวิหารหลวงของวัดบุญนาค เพื่อความปลอดภัยจากการถูกจารกรรม ต่อมาได้มีผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ นักประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยว ครู อาจารย์ นัดเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก มาสอบถามเรื่องราวของพระเจ้าสองสีอยู่บ่อยๆ บางคนมีความสงสัยว่า พระเจ้าสองสีไม่มีจริง เป็นเพียงตำนาน เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน หลายฝ่ายอยากนำเอาพระเจ้าสองสีออกมาจากเจดีย์ เพื่อให้เห็นองค์จริง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ทำการสักการบูชา

          เมื่อวันวิสาขบูชา ปี พ.ศ. 2539 ดร.ธัชพล ศิริวงศ์ทอง ได้เขียนโครงการสร้างวิหารพระเจ้าสองสีทรงจัตุรมุข โดยมีหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์หลายอย่างนำเสนอหลวงพ่อพระครูสัทธาภิรัต เต้าอาวาสวัดบุญนาค และคณะกรรมการวัด รวมทั้งคณะศรัทธาวัดบุญนาค เหตุผลหลักเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั้งหลายว่า พระเจ้าสองสีนั้นมีอยู่จริง และควรสร้างเจดีย์วิหารหลังใหม่ให้มีความแข็งแรงมั่นคง โดยอาศัยพระเจ้าสองสีเป็นศูนย์รวมจิตใจ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยมากขึ้น และมีความมั่นใจว่าเมื่อได้ก่อสร้างเจดีย์วิหารพระเจ้าสองสีขึ้นมาแล้ว ทางวัดบุญนาคก็จะเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือ

พระเจ้าองค์หลวง (พระพุทธศรีศักยมุนี) วัดบุญนาค

          พระครูสัทธาภิรัต เจ้าอาวาสวัดบุญนาค ได้มีปณิธานแน่วแน่และศรัทธาอย่างแรงกล้าใคร่จะสร้างพระเจ้าองค์หลวงไว้ ณ วัดบุญนาค จึงได้ปรึกษาหารือกับพระมหาธัชพล กิตติวิโส แห่งวัดราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยมอบให้พระมหาธัชพล และพระครูสมุห์อภิชัย เย็นเที่ยง เป็นฝ่ายหาทุนมาดำเนินการ ได้ติดจ่อนายบุญมาก วิเศษชาติ วิศวกร เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง โดยได้รับ ความร่วมมือของคณะศรัทธาวัดบุญนาค โดยได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระเจ้าองค์หลวง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  (เดือน 5 เหนือ ปีขาล) โดยมีพระอาจารย์ครูบาคำหล้า เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระพุทธรูปองค์นี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กมีขนาดหน้าตักกว้าง 8 เมตร เป็นพระพุทธรูปปางมารพิชัย ที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย ได้ขนานนามว่า “หลวงพ่อพระพุทธศรีศักยมุนี” และได้ประกอบพิธีบรรจุหัวใจพระเจ้าองค์หลวงนี้ เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2520  ใช้เวลาก่อสร้างเป็นเวลา 3 ปี จึงแล้วเสร็จ

วิหารหลวงวัดบุญนาค

(ปัจจุบันกำลังสร้างใหม่ แทนวิหารหลังเดิม)

        วิหารหลวงของวัดบุญนาคหลังเก่าได้ก่อสร้างมานาน และมีความชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา วิหารหลังเก่านั้นเป็นวิหาร 3 ชั้น ข้างบนมุงหลังคา 3 ชั้นมีประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และด้านข้างทางทิศเหนือด้วย เนื่องจากสร้างมานานมาก จึงชำรุดทรุดโทรม จนเมื่อปี พ.ศ. 2509 หลวงพ่อพระครูสัทธาภิรัต เจ้าอาวาสวัดบุญนาค จึงได้ประชุมปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวัด และคณะศรัทธาวัดบุญนาค รวมทั้งผู้ที่ได้ให้การอุปถัมภ์กับวัดบุญนาค จึงได้ทำการรื้อถอนวิหารหลังเก่าดังกล่าว และได้สร้างวิหารหลวงหลังใหม่ขึ้นมา ในแบบวิหารทรงล้านนา (ปัจจุบันการสร้างวิหารหลวงหลังใหม่ เป็นการสร้างครั้งที่ 3 เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2563 โดยเจ้าอาวาสคนปัจจุบัน)

ศาลาพรหมเทวานุสรณ์

       ในปี พ.ศ. 2524 หลวงพ่อพระครูสัทธาภิรัต ได้มีความคิดจะสร้างศาลาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหลังด้านข้างพระเจ้าองค์หลวง ทางทิศเหนือของวัด ได้ได้รับความอุปถัมภ์จากพ่อพัน รอดอุไร และพ่อทองอยู่ นาคคล้าย คหบดีชาวกรุงเทพมหานคร พร้อมกับคณะศรัทธาผู้ใจบุญทั้งหลาย ได้สร้างศาลาหลังนี้ขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยใช้ชื่อว่า “ศาลาพรหมเทวานุสรณ์” มีความหมายว่า สร้างเป็นอนุสรณ์หรือเป็นที่ระลึกถึงหลวงปู่พระครูบาพรหมเทพ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดบุญนาค เพราะถ้าไม่มีหลวงปู่ครูบาพรหมเทพ ก็ไม่มีวัดบุญนาคจนกระทั่งทุกวันนี้